น้อมนำนวัตกรรม “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่”BOI FAIR 2011

 

น้อมนำนวัตกรรม “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่”BOI  FAIR 2011

ตอบโจทย์การลงทุนและพัฒนาเพื่อความสมดุล

 

                ทำไมถึงบอกว่า “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การลงทุนแลพเพื่อความสมดุล จนต้องนำมาเป็นแนวคิดในการจัดการ BOI FAIR 2011

การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระยะไม่กี่ปีมานี้ มีการคิดค้นและพัฒนาสิ่งใหม่ๆ แบบก้าวกระโดดอย่างมาก เป้าหมายสูงสุดคืออำนวยความสะดวกสบายให้แก่มวลมนุษยชาติ หลายคนเรียกว่า “นวัตกรรม” ที่สามารถตอบสนองความค้องการของผู้คน กลับกันก็ยังส่งผลกระทบต่อสังคมด้านอื่น การใช้อย่างสมดุลจะช่วยให้นวัตกรรมกับสังคมเดินหน้าเคียงคู่กันไปได้อย่างปกติ

“นวัตกรรม” หมายถึงการทำสิ่งต่างๆด้วยวิธีใหม่ๆ การสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา หรือการเปลี่ยนแปลงทางความคิด การผลิต กระบวนการ เป็นที่มาของความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ เกิดสิ่งใหม่ๆขึ้นมามากมาย ทั้งผลิตภัณฑ์ แนวความคิด ซึ่งได้แผ่ขยายผลพวงเข้ามาในประเทศไทยอย่างกว้างขวาง จนบางครั้งเกิดความไร้ระเบียบ ส่วนใหญ่คนไทยก็รับนวัตกรรมเข้ามาอย่างไร้การไต่ตรอง หรือกรองเอาส่วนดี จนเกิดปัญหาคนไทยขาดวัคซีนหรือภูมิคุ้มกันที่ดีในการยอมรับนวัตกรรมต่างๆ เหล่านั้น

                ปัญหาจากการยอมรับนวัตกรรมเข้ามาโดยไม่กรอง มีตั้งแต่ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และการเมือง ซึ่งปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องสร้างกระบวนการคิด “นวัตกรรมเพื่อสังคม” ขึ้นควบคู่กับการคิดนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยี และจำเป็นต้องสร้างอย่างต่อเนื่องไม่หยุด เพื่อให้เกิดคุณค่าในสังคมส่วนรวม ใช่จะมุ่งสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว

                มีคนกล่าวไว้ว่า “Innovation หรือ นวัตกรรม คือการสร้างคุณค่า หรือในทางพระพุทธศาสนาก็คือการทำบุญ ที่ต้องสร้างอย่างต่อเนื่อง การคิดและสร้างคุณค่าให้เกิดความสมดุลระหว่างคุณค่าทางสังคมและคุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้สามารถเติบโตที่ยั่งยืน”

                และควันหลงจากงานมหกรรมแสดงนิทรรศการ ของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI FAIR 2011 ที่จัดขึ้นเมื่อ 5-22 มกราคม 2555 ที่ผ่านมา ก็แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเราให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ พร้อมส่งเสริมให้คนในชาติได้เรียนรู้และนำแนวทางที่ได้ไปต่อยอดให้เกิดการลงทุนเพื่อการพัฒนา 

แต่ทุกสิ่งอย่างย่อมมีสองด้าน หากการพัฒนานวัตกรรมนั้นดำเนินไปโดยไม่ใส่ใจผลกระทบ โดยเฉพาะกระทบต่อสังคมหรือสิ่งแวดล้อมแล้ว ก็อาจจะเกิดผลลบตามมามากกว่าเจตนารมย์ด้านดีก็ได้

ดังนั้นในการจัดงานครั้งนี้ BOI ได้ชู “นโยบายส่งเสริมการลงทุนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ปูทางให้ภาคอุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน เน้นการสร้างสมดุลทั้งเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม การประหยัดพลังงาน หรือการใช้พลังงานทดแทน และการปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิต

และที่สำคัญได้จัดขึ้นเพื่อสนองแนวคิดและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วย

แนวคิดหลักของงาน “บีโอไอแฟร์ 2011” ภายใต้ รวมพลังน้ำใจ “โลกสดใส ไทยยั่งยืน” หรือ “Going Green for the Future” จะสอดคล้องกับการกำหนดทิศทางการพัฒนาของประเทศให้เจริญเติบโตทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สังคมไทยก้าวไปสู่สังคมที่มีความสุขและมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

                “การพัฒนานวัตกรรมที่ใส่ใจสังคม ต้องมีการพัฒนาไปในทุกด้านและยอมรับการดำรงอยู่ร่วมกันของสิ่งที่แตกต่างกัน โดยไม่จำเป็นต้องมีความขัดแย้งระหว่างการสร้างสรรค์สิ่งใหม่กับพื้นฐานวิถีชีวิตดั้งเดิมของไทย”

ดั่ง “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ของในหลวง ที่บูรณาการเป็นองค์รวม มองสถานการณ์โลกเชิงระบบที่มีความทันสมัย ไม่หยุดนิ่ง สามารถนำไปใช้ในทุกยุคสมัย และยังมีความเป็นสากล นำไปปฏิบัติได้ผลจริง เป็นการชี้นำสังคมให้สามารถรอดพ้นวิกฤต และใช้เป็นแนวทางในการวางแผนและการพัฒนาประเทศภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ที่มี การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้เป็นอย่างดี

ซึ่งแนวคิดนี้ผู้จัดงาน BOI ได้น้องนำมาแสดงในนิทรรศการ BOI FAIR 2011 ทั้งนิทรรศการในอาคาร และในรูปของศาลาศรัทธาศรม (Royal Pavilion) ที่จัดแสดงพระอัจฉริยภาพ พระราชกรณียกิจ และแนวพระราชดำริในด้านต่าง ๆ ของพระองค์ท่าน

การพัฒนาประเทศชาติภายใต้นวัตกรรมใหม่ๆ ตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือการเดินทางสายกลางบนพื้นฐานความแตกต่างของระบบเศรษฐกิจและสังคมในชนบทกับในเมือง เพื่อให้เกิดความสมดุลพอดีระหว่าง ความเข้มแข็งในการพึ่งตนเองของชุมชนท้องถิ่นในชนบท  กับ ความสามารถใน การแข่งขันทางเศรษฐกิจของภาคธุรกิจในเมือง

อย่างที่พระองค์ท่านได้กล่าวไว้ ต้องยอมรับว่าสังคมไทยมีทั้งสังคมเมืองและสังคมชนบท การจะยอมรับเอานวัตกรรมต่างๆ เข้ามาเพื่อตอบสนองความต้องการในการใช้ชีวิตด้านต่างๆ ต้องคำนึงถึงมิติความเป็นเมืองกับชนบทด้วย ซึ่งหากละเลยจะเป็นการเพิ่มช่องว่างทางโอกาส ความคิด สิทธิ และการเงิน ให้กว้างขึ้น และผลกระทบในด้านลบจะตามมา

ความเข้าใจง่ายๆ คือ การสร้างความสมดุลของนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา จะต้องสร้างให้เชื่อมโยงทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และการเมืองเข้าด้วยกัน รวมทั้งสร้างความสมดุลระหว่างวัตถุกับจิตใจของคน และขณะเดียวกันต้องสร้างความสมดุลของการพัฒนาระหว่างภายในประเทศกับการรู้เท่าทันโลกาภิวัตน์ ซึ่งทำให้เราปรับตัวพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบจากความไม่แน่นอนของกระแสโลก และสามารถกลั่นกรองเลือกรับนวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาประเทศชาติ พร้อมการป้องกันภัยคุกคามจากโลกภายนอก เป็นอย่างดี

สิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนกระบวนการวางแผนและการพัฒนาให้เป็นไปตามหลักการความพอเพียง ภายใต้นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาใหม่ๆ นั้น จำเป็นจะต้องใช้ “ความรอบรู้” ทั้งความรู้ในหลักวิชาการและความรู้ในตัวคนที่สะสมจากประสบการณ์ชีวิตจริงเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น และมีความรอบคอบในการนำความรู้จากการคิดค้นและพัฒนาสิ่งใหม่มาพิจารณาให้เชื่อมโยงเข้าด้วยกันอย่างรอบด้าน

แล้วใครจะนำไปใช้ และจะหาแนวคิดแบบรูปธรรมได้จากไหน… ศาลาศรัทธาศรม มีคำตอบ

“ศาลาศรัทธาศรม”  ในงาน BOI FAIR เป็นอาคารจำลองรูปแบบเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์สีทองอร่าม ภายในจัดแสดงนิทรรศการการเรียนรู้ธรรมชาติ ทั้งน้ำ ป่า และดิน รวมถึงแนวพระราชดำริและหลักการทรงงานที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ เพื่อแสดงให้ตระหนักถึงพระวิริยะอุตสาหะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อพสกนิกรของพระองค์ เปรียบเสมือนสายน้ำที่ฉ่ำเย็นในยามที่ชีวิตมีแต่ความแห้งแล้ง ผลแห่งน้ำพระราชหฤทัย คือ ความสุขใจของคนไทยทั้งแผ่นดิน เป็นบทสรุปที่นำมาสู่ความมุ่งมั่นที่พวกเราต้องร่วมกันรักษาและสืบสานสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเริ่มต้นไว้ต่อไป

ซึ่งพระองค์ท่านได้นำแนวทางการจัดการน้ำ ป่า และดิน ในการสร้างความอุดมสมบูรณ์แก่แผ่นดิน และเพื่อให้เกิดความสมดุลในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งหากขยายความคิดออกไปก็จะเห็นว่าทรงสอดแทรกแนวทางการพัฒนาที่ใส่ใจในทุกสิ่งอย่างรอบด้านตามหลักวิชาการ และไม่ลืมการจัดการเพื่อความสมดุลด้วยภูมิปัญญาที่มีมาตั้งแต่อดีต โดยไม่ละเลยพัฒนาทุกด้าน ใช่ทำแค่เพียงด้านใดด้านหนึ่ง

นอกจากนั้นยังมีนิทรรศการกลางแจ้ง แสดงประติมากรรมและนิทรรศการ กิจกรรมการเรียนรู้ 4 เรื่อง คือ มหัศจรรย์แห่งข้าว 1 เมล็ด น้ำ 1 หยด ต้นไม้ 1 ต้น และมาตราชั่งตวงวัด

ที่สำคัญหลายๆ หน่วยงานได้นำ “นวัตกรรม” ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้ทรงคิดค้นและประดิษบ์ขึ้นมาจัดแสดงด้วย ไม่ว่าจะเป็น กังหันน้ำชัยพัฒนา หรือการคิดค้นพลังงานทดแทน

“บีโอไอแฟร์ 2011” ถือเป็นงานนิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่ในรอบทศวรรษ ซึ่งนอกจากจะนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยสำหรับสร้างแบรนด์สีเขียว (Green Branding) ของภาคเอกชนแล้ว ยังเป็นเวทีประกาศพันธสัญญา (Green Commitment) ของภาคอุตสาหกรรมที่มีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อร่วมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

ประเทศไทยนับเป็นประเทศเล็กในประชาคมโลก จึงย่อมถูกกระแสโลกผลักดันให้ต้องดำเนินไปในทิศทางเดียวกับประเทศอื่นๆ โดยต้องเชื่อมโยงสัมพันธ์กับประชาคมโลกมากขึ้น ทั้งในทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

หากประเทศไทยเลือกที่จะดำเนินไปในระบบเศรษฐกิจเสรีนิยมตามกระแสโลกอย่างขาดความรู้เท่าทันนวัตกรรมใหม่ๆ และขาดความเข้าใจในบริบทของตนเอง ก็จะเกิดภาวะความเสี่ยงที่ต้องเผชิญกับผลกระทบจากกระแสโลกาภิวัตน์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นดังเช่นที่ประเทศไทยต้องประสบ ปัญหาวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงินอย่างรุนแรงมาแล้วในอดีต

ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องแสวงหาจุดยืนของตนเองให้เหมาะสม โดยอัญเชิญหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวปฏิบัติในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลางที่ยอมรับการดำรงอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่างได้อย่างสอดคล้องกับกระแสโลกาภิวัตน์และบริบทสังคมไทย เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้ประเทศรอดพ้นจากวิกฤตและสามารถดำรงอยู่ได้ อย่างมั่นคงในประชาคมโลก

งาน “บีโอไอแฟร์ 2011” จึงถือได้ว่าเป็นงานนิทรรศการที่ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพระอัจฉริยภาพพระมหากษัตริย์ของไทย โดยเฉพาะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ “นวัตกรรม” ที่สามารถตอบโจทย์การลงทุนและการพัฒนา ที่สร้างความสมดุลของเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และการเมืองเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว…

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s