ไทย-จีน-อาเซียน ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นและบทบาทคู่ค้าสำคัญ

ไทย-จีน-อาเซียน ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นและบทบาทคู่ค้าสำคัญ

โอกาสที่ไทยจะมั่นคงกับอนาคตมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลก

ปัจจุบัน “จีน” เปรียบเสมือน “หัวรถจักรของเอเชีย” ซึ่งในอนาคตคาดการณ์ว่าหัวรถจักรขบวนนี้จะวิ่งแรงแซงหัวรถจักรของมหาอำนาจตะวันตก ด้วยปัจจัยต่างๆ จะเห็นว่าจีนได้ขยับขึ้นมาเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจอันดับ 2 รองจากสหรัฐฯ อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนสูงกว่า 10% ทุกปี

จีนนับเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 1 และเป็นตลาดส่งออกอันดับ 2 ของอาเซียน ในขณะที่อาเซียนเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของจีน อัตราการขยายตัวระหว่างอาเซียนและจีน มีความต่อเนื่อง ทั้งด้านการค้า และการลงทุน โดยอาเซียนได้มีการทำข้อตกลงทางการค้าต่างๆ เพื่อส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจกับคู่ค้าสำคัญอย่างจีนอย่างต่อเนื่อง

ความสัมพันธ์ทางการค้าของอาเซียน-จีน ไม่ได้จำกัดเฉพาะเพียงประเทศภาคี 11 ประเทศเท่านั้น แต่ยังขยายไปยังประเทศคู่เจรจาอื่นๆ ของอาเซียน โดยในปี 2547 อาเซียนได้ริเริ่มแนวคิดการรวมตัวเป็นอาเซียน+3 หรือ EAFTA (East Asia Free Trade Area) ซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิก 10 ประเทศ และจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ และในปี 2548 อาเซียนได้ริเริ่มแนวคิดการรวมตัวเป็นอาเซียน+6 หรือ CEPEA (Comprehensive Economic Partnership in East Asia) ซึ่งประกอบด้วยอาเซียน 13 ประเทศข้างต้น พร้อมด้วยญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

อาเซียนได้จัดทำกรอบและหลักการในการจัดทำความตกลงการค้าเสรีในระดับภูมิภาค (ASEAN Framework for Regional Economic Comprehensive Partnership) โดยจะเปิดให้ประเทศภาคีความตกลงการค้าเสรี (FTAs) ที่สนใจเข้ามาร่วมเจรจา ในขณะที่จีนพยายามผลักดันการรวมกลุ่มในกรอบ EAFTA และญี่ปุ่นสนับสนุนการรวมกลุ่มในกรอบ CEPEA โดยเสนอให้จัดตั้งคณะทำงานด้านการค้าสินค้า การค้าบริการและการลงทุน เพื่อศึกษาการรวมกลุ่มในกรอบ EAFTA และ CEPEA ควบคู่กันไป ซึ่งหากการขยายการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียนกับอีก 6 ประเทศประสบผลสำเร็จ จะส่งผลให้กลายเป็นเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีประชากร 50% ของประชากรโลก และมี GDP สูงถึง 22% ของ GDP โลก

บนเส้นทางการค้าอาจเรียกได้ว่าเป็นประจักษ์พยานสำคัญของความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างกัน ไทยและจีนได้พัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วจนสามารถลงนามกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกันในปี 2545 ต่อเนื่องด้วยการทะยอยเปิดเสรีการค้าตั้งแต่ปี 2548 เรื่อยมาจนปัจจุบันสินค้ากว่า 90% ที่มีการซื้อขายระหว่างกันมีอัตราภาษีเป็น 0 แล้ว

ความตกลง FTA อาเซียน-จีน ส่งผลให้การค้าระหว่างไทยกับจีนขยายตัวอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยหากพิจารณาเปรียบเทียบมูลค่าการค้าก่อนและหลังความตกลงมีผลบังคับใช้ พบว่ามูลค่าการค้ารวมระหว่างไทย-จีนขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่าตัว

โอกาสของอาเซียนและไทยในการเติบโตไปกับจีน

ไทยสามารถอาศัยการเป็นอันดับหนึ่งของสินค้าอุปโภคบริโภคในการส่งอออกสินค้าไปที่จีน โดยเฉพาะสินค้าเกษตรซึ่งจีนไม่สามารถผลิตได้เพียงพอกับความต้องการ การส่งเสริมสินค้าคุณภาพสู่ตลาดจีน  การส่งเสริมการลงทุนในจีน โดยเฉพาะโครงการ พลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีสารสนเทศ

การสร้างความร่วมมือในสาขาต่างๆ ที่จะสามารถเรียนรู้ รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากจีน การดึงดูดการลงทุนจากจีน การอำนวยความสะดวกในสาขาที่ไทยมีความต้องการ และเป็นสาขาที่จีนมีความสนใจ เช่น เทคโนโลยีการเกษตร การก่อสร้าง และการคมนาคมขนส่ง พร้อมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และ Logistics รองรับ

ขยายธุรกิจบริการไปในจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ เช่น ธุรกิจโรงแรมและบริการการท่องเที่ยว การพัฒนาโครงข่ายด้านการสื่อสารอินเตอร์เน็ต เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน และการพัฒนาความพร้อมบนโลกออนไลน์ เพื่อแสวงหาตลาดใหม่ๆ จากจีน ก็ไม่น่าละเลยเช่นกัน

ประเทศไทยเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในเวทีอาเซียน-จีน ในการขับเคลื่อนและกำหนดทิศทางการค้า การลงทุน และความร่วมมือระหว่างกัน ซึ่งเราควรที่จะใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี FTA อาเซียน-จีน ให้เต็มที่ สิ่งสำคัญคือการปรับตัวและพัฒนาศักยภาพของไทยเอง ให้สามารถรักษาความสัมพันธ์กับคู่การค้าสำคัญไว้ให้ได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ควรต้องมีแผนรองรับ…

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s