ผู้หญิงของผม : สมชาติ ลีลาไกรศร

ผู้หญิงของผม

คนที่ผมตั้งใจบอกรักเป็นคนแรกและคนสุดท้าย

 

ความเป็นลูกของแม่มีติดตัวมากับทุกคน หลายต่อหลายคนประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยการนำหลักคำสอนต่างๆ ของแม่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ แม้แม่จะไม่ได้สอนโดยตรงในบางครั้ง เพียงแค่สายตาอันอ่อนโยนที่มองมายังลูกก็มีความหมายมากมายเพียงพอที่จะทำให้ลูกได้รู้สึกว่าแม่กำลังบอกอะไร

คนคิดดีนำผู้อ่านไปพบกับ คุณสมชาติ ลีลาไกรศร เจ้าของผลงานการแต่งหนังสือ คิดออกนอกหน้า ที่รวบรวมแนวคิดและกลยุทธ์ด้านการตลาดที่เหมาะสมกับ SME และอดีตผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสดูแลงานด้านการตลาดและการบริหารความสัมพันธ์กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการของธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้บุกเบิกและสร้างแบรนด์ K-SME จนประสบความสำเร็จ และยังได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 9 ผู้มีอิทธิพลต่อการพัฒนา SME ไทย โดยนิตยสาร SME Thailand ในปี 2008 และปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาด บริษัท เอมัสท์ เดเวล็อปเมนท์ จำกัด  บริษัท พีเอพี แก๊ส แอนด์ ออยส์ จำกัด และบริษัท แอล.เอ็น.เอส กรุ๊ป จำกัด

แต่อีกมุมหนึ่งของคนที่ประสบความสำเร็จทางด้านธุรกิจและการบริหารการเงินการธนาคาร ผู้ชายคนนี้มีความรักและความห่วงใยต่อผู้หญิง ซึ่งเป็นดั่งดวงใจและเปรียบเหมือนทุกสิ่งอย่างตลอดมาตั้งแต่เกิดจนปัจจุบัน นั่นคือแม่ผู้ให้กำเนิด สั่งสอน ให้กำลังใจ จวบจนกระทั่งคุณสมชาติประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

มีผู้หญิงหลายคนเดินผ่านเข้ามาในชีวิตผมตลอดระยะเวลา 30 กว่าปี บางวันเขาเหล่านั้นก็ทำให้ผมรู้สึกเป็นคนพิเศษสุด ๆ แต่บางวันเขาก็มาพร้อมกับปัญหาหยุมหยิมที่ทำให้รู้สึกวุ่นวายใจได้เหมือนกัน  ผมเคยเฝ้าถามตัวเองว่าผู้หญิงคนไหนกันแน่คือคนที่จริงใจและรักเรามากที่สุด สเป็คของผมมีไม่มากแต่ก็ยากเอาการอยู่ หนึ่งคือคุณต้องสวย ไม่ใช่ที่หน้าตา แต่ที่กิริยาอาการ ความคิดความอ่านควรจะเสมอกัน สองคือเป็นคนมีเหตุผล ไม่ขี้งอน เอาแต่ใจ ไม่สำคัญว่าใครจะเป็นผู้นำหรือผู้ตาม สำคัญที่เธอนั้นมีความเข้าอกเข้าใจโดยไม่ต้องอธิบายอะไรให้มันมากมาย และสุดท้ายคือการเคารพและให้เกียรติในการตัดสินใจของอีกฝ่าย พร้อมเป็นกำลังใจและอยู่เคียงข้างกันทั้งวันที่แสนดีและวันที่เลวร้าย มองไปทางไหนผมก็ยังไม่คิดถูกใจใครสักที แต่มีอยู่คนหนึ่ง เธอผู้นี้คือผู้หญิงคนแรกและคนสุดท้ายที่ผมตั้งใจจะบอกรัก เธอคือแม่ของผมเองครับ

คุณสมชาติ เล่าให้ฟังถึงความรู้สึกที่มีต่อแม่ ว่า  ปีนี้แม่อายุ 76 ปีแล้วแต่เธอยังสวยไม่สร่าง เธอเป็นคนจิตใจดี มีเมตตา ในชีวิตนี้เธอไม่เคยเอาเปรียบใคร เป็นแม่พระสำหรับคนทุกคนแม้กระทั่งคนแปลกหน้า เธออุ้มท้องเลี้ยงลูกทั้ง 10 คนมาด้วยมือของเธอเอง แม่ใส่ใจความรู้สึกทุกคนจนบางครั้งเธอลืมความสุขของตัวเองด้วยซ้ำไป

มีอยู่วันหนึ่งขณะที่ผมกำลังขับรถกลับบ้านจากที่ทำงาน มันเป็นเวลาสี่ทุ่มกว่า ๆ แล้ว ผมโทรกลับไปบอกแม่ว่ากำลังจะกลับบ้าน (เพราะรู้ว่าแม่รออยู่) ผมส่งเสียงไปตามสายว่า “แม่ ที่บ้านมีอะไรกินมั๊ย?” แม่ตอบกลับมาว่า “ไม่มี” ฟังทีแรกนึกว่าแม่งอน และแม่ก็พูดต่อว่า “แต่ถ้าลูกกลับมาถึงบ้านเมื่อไหร่ มีแน่นอน” ได้ยินแค่นั้นผมก็รีบบึ่งรถกลับบ้านในทันใด อยากกลับไปหาแม่ไว ๆ เข้าไปสวมกอดแล้วบอกว่ารักแม่ที่สุดในโลกเลย”

แม่ผมเป็นคนไม่ชอบออกงานสังคม ด้วยความเจียมเนื้อเจียมตนว่าตัวเองความรู้น้อย อ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ แต่แม่เป็นคุณครูคนเดียวที่ผมเคารพมากที่สุด ผมจบปริญญาทางการศึกษาด้วยคำสอนของครู แต่ผมเรียนรู้และจบปริญญาชีวิตด้วยคำสอนของแม่ คำพูดที่เรียบง่าย ปราศจากการปรุงแต่งเรียบเรียงให้งดงาม กลับกลายเป็นประโยคธรรมดาที่แฝงคุณค่าอเนกอนันต์ที่ผมใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตมาจนทุกวันนี้

จากจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่ KBANK ทั้งที่หน้าที่การงานกำลังไปได้ดี สำหรับใครหลายคนคงยากที่จะละทิ้งโอกาสสำคัญในการเติบโตในองค์กรที่มั่นคง  แต่สำหรับคุณสมชาติแล้วเป็นการตัดสินใจที่หนักแน่น มั่นใจ เนื่องจากต้องการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ทำงานที่ตรงกับความถนัดและความสามารถมากขึ้น คุณสมชาติ บอกกับเราว่าเขาเชื่อในสัญชาตญาณของเขาเองว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ดีกว่ารออยู่ข้างหน้า  และวันนั้นคนที่ให้กำลังใจที่สำคัญที่สุดก็คือ “แม่” นั่นเอง

ผมกล้าบอกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า “แม่” เธอคือผู้หญิงผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในชีวิตของผม ถึงเวลาแล้วที่ผมควรจะตอบแทนเธอให้สมกับที่เธอให้เวลากับผมมาทั้งชีวิต วันหนึ่งผมเดินเข้าไปสวมกอดแม่แล้วบอกกับแม่ว่าผมกำลังคิดจะออกจากงาน แม่คิดว่ายังไง? แม่ไม่ได้ถามเลยว่าเกิดอะไรขึ้น แม่ตอบสั้น ๆ เพียงว่า “ก็แล้วแต่ลูก” ผมรู้ว่าแม่อ่านใจผมออกโดยที่ไม่ต้องพูดอะไร แม่ส่งกำลังใจผ่านแววตาที่เมตตาราวกับจะบอกผมว่า สงสารที่ลูกทำงานเหนื่อย ลูกคนเดียวแม่เลี้ยงไหว และแล้วจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตการทำงานของผมก็คือการตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่มั่นคง ทิ้งตำแหน่งเงินเดือนเรือนแสน เพราะผมได้ค้นพบเป้าหมายใหม่ของชีวิต ความสุขตามอัตภาพ นั่นคือการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก การมีชีวิตที่สมดุลไม่สุดโต่ง และการมีเวลาดูแลบุพการีขณะยังมีชีวิต

ทุกวันนี้คุณสมชาติใช้วิตประจำวันด้วยความสุข และประกอบกันนั้นคือความสุขที่อยู่กับคุณแม่และครอบครัว  เขาบอกกับเราว่าความสำเร็จของแต่ละคนได้มาไม่เท่ากัน ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครถึงก่อนใคร หรือได้มากกว่าใคร แต่อยู่ที่ว่าเมื่อไหร่เราสามารถสะกดคำว่า “พอ” ได้ชัดถ้อยชัดคำ

จากเดิมที่ก้มหน้าก้มตาทำงาน ไม่ได้มีเวลาทำหน้าที่ลูกที่ดีสำหรับพ่อแม่ มีอยู่วันหนึ่ง “คุณพ่อ” พูดแรงๆ ว่า “ยังมีพ่อแม่อยู่อีกหรือเปล่า” คุณสมชาติบอกว่า ตอนนั้นถึงกับอึ้ง รู้ว่าประโยคนั้นแสดงความเป็นห่วง แต่มันเหมือนเราเป็นลูกที่แย่มากๆ หลังจากตัดสินใจปลดตัวเองจากงานประจำ ก็ได้มีเวลาอยู่กับพ่อแม่มากขึ้น ความห่างระหว่างกันก็ลดลง

เมื่อโจทย์ที่เคยตั้งเปลี่ยนไป การใช้ชีวิตก็เปลี่ยนไปด้วย ต่อไปนี้ชีวิตของเราไม่ใช่แค่เพื่อตัวเราอย่างเดียว แต่เป็นการแทนคุณให้กับคนที่เรารักและแผ่นดินที่เราหวงแหน นอกจากเวลาที่แบ่งให้กับงานการเป็นที่ปรึกษา วิทยากร นักเขียน และนักธุรกิจที่ไม่ประจำแล้ว งานประจำของผมทุกวันนี้หน้าที่ ๆ ลูกพึงทำ คือการพยายามแบ่งเวลาเพื่อพาพ่อและแม่ไปสวนลุมในตอนเช้า พาไปพบหมอตรวจสุขภาพ พาไปจ่ายตลาดช่วยถือของ พาไปทำธุระที่ธนาคาร พาไปทำบุญไหว้พระปล่อยปลาทานข้าวนอกบ้านร่วมกันบ้าง ทำงานนอกบ้านให้น้อยลง ปรนนิบัติคนในบ้านให้มากขึ้น ความสุขที่ไม่เล็กน้อยกับการใช้ชีวิตที่ไม่ต้องรอวันสุดท้ายในวันที่ทุกอย่างมันสายเกินไป

ผมอาจจะไม่ใช่ลูกตัวอย่างที่ดีที่สุด แต่ผมรู้ว่าผมรักใครมากที่สุด และจะไม่หยุดความพยายามที่จะทำความดีเพื่อทดแทนบุญคุณผู้หญิงที่ผมรักที่สุดในโลก “แม่” คุณสมชาติกล่าวในตอนท้าย

ความรักของแม่นั้นยิ่งใหญ่  ใช้ใจฟังแทนหูแล้วจะรู้ว่ารักนั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลง จงตอบแทนบุญคุณในวันที่เขายังมีชีวิต อย่าปล่อยให้มันติดค้างในใจในวันที่สายเกิน  ในเดือนที่คนไทยร่วมกันเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ขอให้เราทุกคนจงหวนย้อนกลับไปมองข้างหลัง ดูว่าคนที่คอยมองเรา ให้กำลังใจเราอยู่เสมอมานั้น ยังรอเรากลับไปกอดและทดแทนพระคุณอยู่ทุกเวลา …

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s