มือเท้าปาก..ครั้งนี้แค่ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” ยังไม่พอ?

มือเท้าปาก..ครั้งนี้แค่ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” ยังไม่พอ? 

นพ.ปิยะ  ลินลาวรรณ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี

                โรคที่กำลังเป็นที่สนใจของวงการสาธารณสุข โดยเฉพาะที่เกิดกับเด็ก ในเวลานี้คงจะหนีไม่พ้น โรค “โรคมือ เท้า ปาก” ที่เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่มเอ็นเทอโรไวรัส อาการป่วยได้แก่ ไข้ มีจุดหรือผื่นแดงในปาก ลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม และเกิดผื่นแดง ซึ่งต่อมากลายเป็นตุ่มพองใส บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และที่ก้น บางรายอาจไม่มีตุ่มพอง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง และมักหายได้เองใน 7-10 วัน โรคนี้มักเกิดในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี พบได้น้อยในเด็กโต หรือผู้ใหญ่

โรคมือเท้าปาก เกิดจากเชื้อไวรัส 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ค็อกซากิ และ เอ็นเทอโรไวรัส71 อาการแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ มีแผลเฉพาะในปาก มีแผลในปากร่วมกับมีต่อน้ำเหลืองใต้คางหรือบริเวณคอโต สุดท้ายมีแผลทั้งที่ผ่ามือ ผ่าเท้า และในปาก

กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการเฝ้าระวังโรคมือ เท้า ปาก ต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี  รวมทั้งเฝ้าระวังเชื้อที่อาจเป็นสาเหตุของการป่วยรุนแรง เช่น เชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 ด้วย โดยร่วมมือกับสถาบันต่างๆ  ตั้งแต่ปี พ.ศ.2551-2554 มีรายงานผู้ป่วยปีละ 8,000 – 18,000 ราย ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง พบผู้เสียชีวิตปีละ 2-6 ราย จากการติดตามสถานการณ์พบว่า มีรายงานการระบาดในหลายประเทศรวมทั้งรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต เช่น ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2555 จนถึงปัจจุบัน ประเทศจีนมีรายงานผู้ป่วย 1,271,535 ราย เสียชีวิต 356 ราย ประเทศเวียดนาม มีรายงานผู้ป่วย 63,780 ราย เสียชีวิต 34 ราย ประเทศสิงคโปร์มีรายงานผู้ป่วย 26,317 ราย ไม่พบรายงานผู้เสียชีวิต และประเทศกัมพูชา ไม่มีรายงานจำนวนผู้ป่วยที่ชัดเจน แต่มีรายงานผู้ป่วยที่เสียชีวิต จำนวน 54 ราย

สำหรับประเทศไทยปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 16 กรกฎาคม 2555 มีรายงานผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก ทั่วประเทศ รวม 13,918 ราย ผู้ป่วยบางรายติดเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 มีผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อที่เสียชีวิตรอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ตามมาตรฐานของระบบเฝ้าระวัง พบผู้ป่วยทุกจังหวัด มีการระบาดในสถานศึกษาหลายจังหวัด รวมทั้งกรุงเทพมหานคร

โรค “โรคมือ เท้า ปาก” เป็นเชื้อที่ติดต่อโดยการกินหรือกลืนเชื้อเข้าไป ซึ่งคำที่ท่องกันมาว่า กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ นั้นยังไม่ครบสำหรับการป้องกันหรือควบคุมโรคมือเท้าปาก ที่สมบูรณ์คือมีครบ 4 คำ คือ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และถ่ายลงส้วม”

หลายคนเมื่อได้ยินคำว่า “ถ่ายลงส้วม” อาจรู้สึกว่าไม่น่าเกี่ยวข้องอะไร ใครๆ ก็ถ่ายลงส้วม แต่เป็นประเด็นสำคัญมากสำหรับผู้ป่วยเด็กเล็ก เพราะเด็กเล็กมักไม่ถ่ายลงส้วม อาจมีการถ่ายเรี่ยราดลงพื้นที่พักอาศัย  ศูนย์เด็กเล็ก หรือพื้นห้องเรียน การควบคุมโรคต้องคำนึงถึงวิธีการทำความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นอุจจาระที่เรี่ยราดลงพื้น ทำความสะอาดอย่างไร? กางเกงที่ต้องซัก จะต้องแยกซัก และทำลายเชื้ออย่างไร? กรณีถ่ายอยู่ในผ้าอ้อมสำเร็จรูป จะเกิดขยะติดเชื้อ ซึ่งต้องกำจัดหรือทำลายอย่างไร? ก้นของเด็กเล็กจะทำความสะอาดอย่างไรหลังถ่าย?

ที่กล่าวมาเป็นเรื่องที่มักถูกละเลยหรือปฏิบัติไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อในสิ่งแวดล้อมที่เด็กเล็กอยู่อย่างต่อเนื่องได้ เท่ากับการควบคุมไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ประกอบกับเด็กเล็กมีพฤติกรรมชอบเอามือใส่ปาก หรือหยิบจับสิ่งของใส่ปาก พร้อมกับเด็กเล็กมักถูกละเลย เรื่อง ล้างมือ จึงพบการป่วยส่วนใหญ่ในเด็กเล็ก ไม่ค่อยพบในผู้ใหญ่หรือเด็กโต

จะทำลายเชื้อได้อย่างไร

เชื้อนี้ถูกทำลายโดยแสงอุลตราไวโอเล็ตในแสงแดด ในสภาพที่แห้ง เชื้อจะมีชีวิตอยู่ไม่นาน หรือโดยการต้มที่ 50-60 องศาเซลเซียส นาน 30 นาที  นอกจากนั้นยังทำลายได้ด้วยน้ำยาซักล้างทั่วไป, โซเดียมไฮโปคลอไรด์ 1% หรือ กลูตาราลดีไฮด์ ฟอร์มาลดีไฮด์ 0.3% และคลอรีนผสมน้ำ 0.1 ppm หากทำลายเชื้อในอุจจาระจะต้องใช้คลอรีนที่เข้มข้นมากกว่านี้ และยังสามารถทำลายได้โดยวิธีทำให้ปราศจากเชื้อ

ข้อมูลสำคัญ : คำถาม – คำตอบ โรคมือ  เท้า  ปาก, กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, 25 กรกฎาคม 2555

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s