แม่…ผู้รอคอย จงใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่ากับคนที่รักเรามาทั้งชีวิต

แม่…ผู้รอคอย

จงใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่ากับคนที่รักเรามาทั้งชีวิต

 

“มือของแม่นั้นคือมือช่างปั้น ขึ้นรูปอันอ่อนลออจนหล่อเหลา อยากให้เป็นงานดีที่งามเงา อยู่ที่คอยขัดเกลาแต่เบามือ” คำขวัญพระราชทานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ปี พ.ศ.2555

การทนุถนอมเลี้ยงดูของแม่ที่คอยทุ่มเทความรัก เอาใจใส่ อบรมสั่งสอนลูก  ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์  ดังคำขวัญพระราชทานดังกล่าว ใช่เป็นเพียงหน้าที่ที่ผู้หญิงคนหนึ่งพึงต้องกระทำต่อลูกเท่านั้น ยังรวมเอาความรัก ปรารถนาดี ที่แสดงออกมาจากหัวใจที่ไร้ข้อแม้อีกด้วย เหมือนที่หลายคนเคยบอกกล่าวไว้ว่า “ความรักของแม่ คือรักไร้เงื่อนไข เป็นรักที่บริสุทธิ์ คือรักที่ออกมาจากหัวใจ และไม่มีวันหมดไป ถึงลูกจะเปลี่ยนไปเช่นไร แต่รักของแม่ยังท่วมท้นอยู่เช่นเดิม” ซึ่งเป็นข้อความที่เป็นจริงเสมอมาไม่มีข้อโต้แย้ง

ความรักของแม่ยังท่วมท้นอยู่เช่นเดิม

ถึงแม้ลูกจะเติบโต มีการงานทำ และต้องห่างไกลออกไปจากอ้อมกอดของแม่ บางครั้งคราวที่ลูกหลงลืมคิดถึง หรืออาจละเลย ทำงาน มีครอบครัว จนไม่มีเวลากลับไปหา  แต่หัวใจของความเป็นแม่ยังคงรัก คิดถึง และรอคอยการกลับไปของลูก ไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไร ทำดี หรือผิดพลาดขนาดไหน แม่ก็ยังยินดีอ้าแขนรอลูกเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดเสมอ และยังคงเป็นกอดที่เปี่ยมด้วยความรักที่ไม่เปลี่ยนแปลง

แม่ไม่ต้องการให้ลูกแสดงความกตัญญูอะไรมากไปกว่าการเป็นคนดีของสังคม ประเทศชาติ การอบรมสั่งสอน เลี้ยงดูจนเติบโต มีความรู้ การงานทำ ก็เพื่อหวังให้ลูกมีชีวิตที่ดี ยืนอยู่ได้ในสังคม หากลูกประสบความสำเร็จในชีวิต คนที่ภูมิใจมากที่สุดก็หนีไม่พ้นแม่ที่คอยดูการเติบโตของเราตลอดมา

 

ถึงเวลาตอบแทนพระคุณแม่ด้วยความดี

ลองย้อนมองกลับไปคิดว่าตั้งแต่เราอยู่ในท้องประมาณ 9 เดือน จนคลอดออกมา  เป็นเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ จนหลายคนเข้าสู่วัยชรา คนที่ทำเพื่อเราโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนก็คือแม่นั่นเอง  หลายต่อหลายครั้งเราอาจชื่นชมในพระคุณของคนอื่นที่ทำคุณประโยชน์เพื่อเรามากมาย และยกย่องชมเชยเขาเหล่านั้นอย่างเปิดเผย  จนหลงลืมว่าพระคุณที่ยิ่งใหญ่มหาศาลที่สุดคือพระคุณจากแม่ที่ไม่เคยแม่กระทั่งเรียกร้องให้ลูกกลับไปตอบแทน

การตอบแทนพระคุณผู้ให้กำเนิด มีหลากหลายวิธีการ และการเป็นคนดีของสังคมก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่หลายคนตั้งใจทำ  ยึดมั่นในความดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งไม่ดีต่างๆ ตั้งใจทำงานด้วยขยันขันแข็ง อย่างน้อยในใจยึดมั่นแต่สิ่งดีงาม ผลเหล่านั้นก็จะกลับออกมาทางผลงานและความเจริญก้าวหน้า เมื่อประสบความสำเร็จคนที่ยินดีกับเราก็คือแม่ที่ภูมิใจ สุขใจในตัวลูก เท่านี้ก็เหมือนกับได้ตอบแทนพระคุณแม่แล้ว

เราอาจจะไม่ได้คุยกับแม่ทุกวัน กอดแม่บอกรักแม่ได้ทุกคืนก่อนนอน  หรือทำทุกอย่างให้แม่ได้ตลอดเวลา  แต่หากเราทำแต่สิ่งดี ทำประโยชน์เพื่อสังคมส่วนรวม  ระลึกถึง  กลับไปเยี่ยมเยียนบ้าง คุยกันบ้าง ระยะห่างก็จะลดน้อยลง ความสุขใจของแม่ก็มีมากขึ้น เพราะไม่เพียงแต่เราจะเป็นคนดีของสังคมเท่านั้น ยังจะกลายเป็นคนดีของแม่ไปด้วย

 

กอดแม่ไม่ต้องอาย

หลายคนอายที่จะกอดแม่ อายที่จะแสดงความรักกับแม่ ทั้งที่แม่กอดเรามาตั้งแต่เกิด เมื่อเป็นทารกแม่คอยกอดให้อบอุ่น ทนุถนอมให้นมด้วยความรัก โตมาหน่อยกอดก่อนไปโรงเรียน กลับจากโรงเรียนก็กอดก็หอมทั้งๆ ที่เล่นซนตัวเหม็นแม่ก็ไม่เคยรังเกียจ เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยแม่คอยกอดคอยดูแลไม่ห่างหายไปไหน แต่เมื่อเติบใหญ่กลับกลายเป็นว่าอายและไม่กล้าที่จะกอด บางคนถึงกับรังเกียจที่จะกอดแม่ที่กำลังป่วย  ทั้งที่ผ่านมามีแม่คนเดียวเท่านั้นที่กอดเวลาเจ็บไข้ ดังนั้นเรามาเริ่มต้นกอดแม่พร้อมส่งผ่านความอบอุ่น ห่วงใย และความรัก ก่อนที่เวลาจะผ่านไปแล้วไม่มีโอกาส

 

บอกรักแม่ คำง่ายๆ ที่หลายคนไม่กล้าเอ่ย

เมื่อยังเด็กทุกคนคงเคยบอกรักคุณแม่ด้วยหัวใจบริสุทธิ์ใสซื่อ แต่เมื่อเติบโต ทำไมคำๆ นี้ถึงได้ออกมายากเย็น หลายคนคงกำลังเป็นอาการลักษณะนี้อยู่ เพียงเพราะความเขินอายที่จะบอก จนกลายเป็นไม่บอก ถึงแม้จะทำหน้าที่ลูกที่ดี ตอบแทนพระคุณแม่เรื่อยมา แล้วคิดว่าให้แม่รับรู้เอง ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งดี แต่หากเอ่ยคำว่า “รักแม่” ออกมาให้ได้ยิน หัวใจของคนเป็นแม่จะชุ่มชื่นมากแค่ไหน

ที่สำคัญคำว่า “รักแม่” สามารถบอกได้บ่อยเท่าที่อยากบอก อย่างน้อยกำลังใจจากลูกที่ตนฟูมฟักเลี้ยงดูมาก็เปรียบเสมือนยารักษาโรคอันวิเศษ  อย่ามัวแต่พร่ำบอกรักคนอื่น ลองบอกรักคนที่รักคุณทั้งหัวใจอันแท้จริง ความสุขเกิดขึ้นอย่างแน่นอน  เพราะรักแท้ของจริงเราได้รับมาตั้งแต่เกิด นั่นคือรักแท้จากแม่

อย่าให้โอกาสในการบอกรักแม่ถูกบดบังด้วยความเขินอายและข้ออ้างทางเวลาที่หลายคนชอบใช้ แค่ “รักแม่” ผ่านสายโทรศัพท์ก็ทำให้แม่มีความสุขมากแล้ว ถามตัวเองว่าวันนี้บอกรักแม่หรือยัง หรือจะรอวันที่แม่ไม่สามารถรับรู้เรื่องราวอะไรได้แล้วค่อยบอก

 

อยู่ห่างไกล กลับไปเยี่ยมเยียน

เมื่อมีการงานทำ ความห่างไกลจากแม่ย่อมเกิดขึ้น หลายคนมีโอกาสกลับไปเยี่ยมแม่เพียงปีละครั้งหรือหลายปีต่อครั้ง  แต่แม่รอคอยการกลับไปของลูกทุกวัน  ทรัพย์สินเงินทองมากมายอาจไม่สำคัญเท่ากับการได้เห็นหน้าลูก บางคนเชื่อว่าแม่จะอยู่สุขสบายถ้ามีเงินมากมายอำนวยความสะดวกให้ แต่หัวใจของแม่ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าได้เจอลูกอย่างพร้อมหน้า

ในวันที่เรามีงานเลี้ยงสังสรรค์ วันที่ไปดูหนังดูละคร  วันที่กินข้าวนอกบ้านมื้อโต  วันที่มีความสุขกับแฟน  จะเป็นทุกวันที่แม่เฝ้ารอคอยลูก หรือขอเพียงแค่ได้ยินเสียงก็ยังดี

เมื่อมีโอกาส อย่าปล่อยให้คนที่รักเราที่สุดรอคอย กลับไปเยี่ยมเยียนแม่ตามสมควร กลับไปกอด กลับไปบอกรักแม่  ให้ความสุขเกิดขึ้นกับแม่บ้าง  อย่าเพียงอ้างเหตุผลเรื่องเวลาและการงานจนหลงลืมว่าเวลาของแม่ลดลงไปทุกวัน หรือว่าจะรอวันที่แม่ไม่เหลือเวลาแล้วค่อยกลับไปหา เมื่อถึงวันนั้นเวลาที่เหลืออยู่มากมายอาจไม่มีค่าอีกต่อไป

 

เวลาไม่เคยย้อนกลับมีแต่จะลดลง

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะเริ่มต้นทดแทนพระคุณอันมหาศาลของแม่ ถึงเวลาหรือยังที่จะเริ่มต้นกอดและบอกรักแม่ และถึงเวลาหรือยังที่จะเป็นคนดีของสังคมและคนดีของแม่ เวลาเหมือนสายน้ำไหลที่ไม่มีวันย้อนกลับ มีแต่จะลดลงไปทุกขณะ แม่รอคอยด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความหวังดี ความแก่ชราไม่อาจเป็นอุปสรรคในการทุ่มเทความรัก แต่เวลามักเป็นอุปสรรคสำคัญให้เราหมดโอกาสในการแสดงความรัก

อย่าลืมว่าเวลาน้อยลงไปทุกที จงใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่ากับคนที่รักเรามาทั้งชีวิต ถ้ามัวแต่รอด้วยเงื่อนไขที่เราสร้างขึ้นมาเอง เพราะหากถึงวันที่สายไป เราเองจะกลายเป็นคนเสียใจไปตลอดกาล

….”รักแม่”…..

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s