เมื่อเมษายนมีเตือนมาว่าโปรโมชั่นตั๋ว ANA ราคา 19900 บาท แบบ Full Service แอดมิน #ไปทัวร์ไทย ก็ไม่คิดอะไรมาก จองทันที แล้วค่อยคีย์วันลาทีหลัง และคาดว่าจะไปชมช่วงต้นฤดูหนาวใบไม้เปลี่ยนสี จากนั้นก็วางแผนเรื่องตั๋ว JR Pass และจองโรงแรมที่พักไว้เนิ่นๆ

วันแรกเนิบๆ ไม่เร่งรีบ
ไปทัวร์ไทย หนีไปญี่ปุ่นชั่วคราว เดินทาง 19-26 พ.ย.66 ช่วงที่คาดว่าต้องได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีและความหนาวกำลังเข้าญี่ปุ่น ออกเดินทางช่วงเช้าแล้วไปถึงญี่ปุ่นบ่ายๆ สบายๆ ไม่เร่งรีบ ขึ้นเครื่องจากสุวรรณภูมิไปลงสนามบินนาริตะ กรุงโตเกียว

PaiTourThai
Hello Japan .. ประทับใจตั้งแต่ขั้นตอนการผ่าน ต.ม.นาริตะ ถ้าเราลงทะเบียน Visit Japan ไว้แล้ว มันจะง่ายมาก แค่ยื่นพาสปอร์ต โชว์ QR code ที่ได้จากการลงทะเบียน ใช้นิ้วชี้สองข้างสแกน ก็ได้สติ๊กเกอร์ติดเล่มพาสปอร์ตแล้ว ไม่รอนาน คิวไม่มี หรือว่าเรามาถึงบ่ายแล้วก็ไม่รู้

เมื่อผ่าน ต.ม.แล้วก็รอรับกระเป๋า แต่ก่อนเข้าตรวจ ต.ม.เจ้าหน้าที่เห็นคนไทยก็ทักทาย “สวัสดีคั่บ” “เลี่ยวขัว เลี่ยวขัว” น่าร้ากกกก

สำหรับเกทที่ลงต้องเดินไกลมาก 630 เมตร แต่มีทางเลื่อน ที่สนามบินนาริตะ ทางเลื่อนมั่นคงดี ระหว่างทางจะมีจุด transfer เครื่องหลายแห่ง อย่าเลี้ยวเข้าไปล่ะ

เมื่อรับกระเป๋าเสร็จ ก็ต้องเข้าด่านตรวจกระเป๋า Declaration ถ้าเราลงทะเบียน Visit Japan มาแล้ว ก็ง่ายเลย เข้าไปจิ้มหน้าจอ สแกนพาสปอร์ต และสแกน QR code ที่ได้ กด ok ก็ผ่านแล้ว จากนั้นลากกระเป๋าเข้าจุดสแกนได้เลย ..รวดเร็วมาก
ออกมาจากจุด Declaration ก็เข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว เดินลงบันไดเลื่อนเพื่อนไปทำ JR Pass อันนี้เราซื้อไว้จากเมืองไทยตอนลดราคา สามารถเดินทางด้วยรถไฟและขนส่งในเครือ JR ได้ทุกโหมด ก็มาต่อคิวทำบัตรรถไฟที่ตรงทางลงบันไดเลื่อนเลย

PaiTourThai
เมื่อเอาวอเชอร์แนบพาสปอร์ตไปแลกบัตร JR Pass แล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะถามว่าเริ่มใช้วันนี้เลยไหม ถ้าเรานั่งวันนี้เข้าโตเกียวก็เริ่มเลย พร้อมจองตั๋ว Narita Express เข้าโตเกียว

ย้ำว่าตั๋วที่ดูโง่ๆ อันนี้ ห้ามหายเด็ดขาด เพราะต้องใช้อันนี้ตลอดทริปในการเดินทางด้วยโหมด JR ทุกโหมด

ลงสถานีโตเกียวที่ชวนเวียนหัวด้วยผู้คนมหาศาล แล้วมองหาทางไปขึ้นรถไฟต่อไปอุเอโนะ เพราะจองโรงแรมไว้ที่นั่น ก็ไปด้วยสาย Yamanote (ยามาโนเตะ) ไม่ต้องไปกดตั๋วอะไรเพิ่ม ขึ้นรถไฟได้เลย รอ 10 นาที รถไฟมา

ถึงสถานี Ueno ตั้งสติ ต้องมีสติเท่านั้น หาทางออกหลักให้เจอ ไปตามลูกศร และที่สำคัญหลบคนด้วย นี่ชนมา 3 รายละ แต่คนญี่ปุ่นแข็งแกร่งมาก ไม่กระเทือน

สถานีอุเอโนะ ก็คนมหาศาล เดินออกจากสถานีด้วยทางเข้าออกหลัก ขึ้นบันไดเลื่อนข้ามถนนลอดทางต่างระดับมาที่โรงแรมที่จองไว้ ไม่ไกล

.. อากาศเย็นถึงหนาวแล้ว เวลายังไม่ดึกเลยไปเดินเล่นสวนอุเอโนะ อากาศเย็นๆ คนมานั่งเล่นเยอะมาก

PaiTourThai
จากนั้นก็ไปเดินดูร้านอาหารฝั่งตรงข้าม แหล่งกินดื่ม ช้อปปิ้ง และบันเทิงก็มากองกันตรงนี้ … สรุปว่าเมาตั้งแต่คืนแรก

PaiTourThai
วันที่ 2 ตื่นสาย ไปไม่ทันรถไฟ
นี่ลืมไปว่าญี่ปุ่นเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง และไม่ได้ปรับเวลานาฬิกาปลุก รีบสิคราวนี้ วิ่งจากโรงแรมมา สถานีอุเอโน๊ะแบบเสียงล้อกระเป๋าดังแต่กๆๆ มาฝากกระเป๋าที่สถานี..และไม่ทันรถไฟ

สรุปต้องคืนตั๋วรถไฟที่จองไว้เพราะไปไม่ทันขึ้นรถไฟที่สถานีชินจุกุ แล้วทำการจองใหม่ จากนั้นนั่ง local train ไปขึ้นรถไฟสาย Shinjuku-Kawaguchiko ที่สถานี Shinjuku แต่ต้องลงก่อนที่ที่สถานี Otsuki เพื่อต่อรถไฟ Local ไปคาวากุจิโกะ

ก่อนขึ้นรถไฟ ที่สถานีโตเกียว แวะซื้อข้าวกล่องมื้อเช้าเพื่อเอาไปกินบนรถไฟ พอเห็นข้าวกล่องที่นี่แล้ว ..ชั้นรักญี่ปุ่น … มันดีมาก สะดวกมาก ชอบมาก ทำเป็นแพ็คๆหยิบได้ไม่ต้องอุ่นร้อน เปิดกินได้เลย

PaiTourThai
ลงสถานี Otsuki เพื่อต่อรถไฟ Fujikyu Commuter Train อีก 1 ชั่วโมง ออกจากสถานี JR เพื่อไปกดซื้อตั๋วก่อนเข้ามารอรถท้องถิ่น … ลายรถไฟน่ารักมาก

ถึงสถานี Kawaguchiko นาทีที่ลงรถไฟก็มองเห็นภูเขาไปฟูจิแล้ว รู้สึกโชคดีมากที่ฟูจิซังไม่อาย เผยโฉมความงดงามให้เห็นทั้งภูเขา ไม่มีเมฆหมอกมาบดบังเลย

ต่อคิวซื้อตั๋วรถบัสสายสีแดง เพื่อไปเที่ยวรอบทะเลสาบคาวากูจิโกะ เราสามารถลงป้ายไหนก็ได้ และขึ้นป้ายไหนก็ได้ แค่โชว์ตั๋วให้คนขับดูก็ผ่านขึ้นลงได้เลย ราคาตั๋วเหมา 1700 เยน

และนี่คือ Mt. Fuji seen through the colorful autumn leaves on the lakeside.

PaiTourThai
“หายไปนาน 15 ปีเลย แกยังสุขภาพดีมาก และยังทำให้ชั้นหนาว และเบิกบานใจเช่นเดิม ที่แตกต่างไปคือชั้นมามองแกในมุมที่แก่ขี้นตามวัย แต่แกไม่เปลี่ยนความสวยงาม ตระหง่าน โดดเด่นเอาซะเลย”

PaiTourThai
ใบไม้เปลี่ยนสีจุดแรกของทริป แค่นี้ก็จุกแล้ว วันต่อไปยิ่งตื่นเต้น คนญี่ปุ่นเขาจัดงานเทศกาลชมใบไม้เปลี่ยนสีกันด้วย คนมาชมเยอะมากทั้งต่างชาติและคนญี่ปุ่นเอง


PaiTourThai

เราลาฟูจิซังในยามค่ำด้วยความเหน็บหนาวที่มาเร็วหลังพระอาทิตย์ตก แต่บรรยากาศของฟูจิซังสะท้อนผืนน้ำของทะเลสาบคาวากุจิโกะก็ยังตึงเราให้อ้อยอิ่งไม่อยากไปไหน

คืนนี้กลับไปพักที่โตเกียว … เดินเที่ยวย่านชิบูย่า

ไปเยี่ยมคุณปู่ Hachiko ที่ยังคงรอคอยนายกลับมากว่า 100 ปีแล้ว ซึ่งญี่ปุ่นได้จัดงานครบ 100 ปี ด้วยการสร้างที่พักผ่อนให้ฮาชิโกะได้นอนพักเสียที

วันที่ 3 พร้อมลุยหิมะ
ออกจากสถานีอุเอโนะ ไปสถานีโตเกียว มุ่งหน้าไปยัง Matsumoto-Fukashi ด้วยรถไฟชินคันเซ็น Hokuriku ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่งด้วยสภาพอากาสสองข้างทางที่หนาว บางแห่งมีร่องรอยหิมะตกและน้ำแข็งเกาะยอดไม้ ท้องฟ้าครึ้มบดบังดวงอาทิตย์

PaiTourThai
ตื่นเต้นเห็นน้ำแข็ง

พอถึงสถานี Toyama เราก็ต่อรถไฟท้องถิ่น Toyama Chiho เพื่อมุ่งหน้าไปยัง Tateyama ตรงนี้เราก็ออกมาสู่สภาพชนบทของญี่ปุ่นที่สวยงาม น่าอยู่ เห็นการทำการเกษตร ปลูกข้าว ผัก ผลไม้ และมองไปไกลๆ ก็เห็นเทือกเขาที่ขาวโพลนไปด้วยหิมะที่พึ่งตกลงเมื่อวาน และเมื่อถึงสถานี Shinano Omachi station ก็เดินออกมาซื้อตั๋วรถบัสแบบไป-กลับ เพื่อขึ้นไปบนเขา

สองข้างทางตอนนี้ขาวโพลนไปด้วยหิมะและต้นไม้ไร้ใบ ทางคดเคี้ยวขึ้นเขาที่รถบัสพาเราขึ้นไปก็ทำให้ตื่นเต้นไม่น้อย

พอมาถึงจุดขึ้นเขา Tateyama Kurobe Alpine Route ก็ซื้อตั๋วท่องเที่ยวในราคา 12,300 เยน (คิดเป็นเงินไทย 2950 บาท) ซึ่งราคานี้จะรวมค่ารถนำเที่ยว ค่าเช้าชมสถานที่ต่างๆ ค่ากระเช้า ซึ่งเขาจะปล่อยเราลงแต่ละจุดให้เที่ยวชม


จุดแรกที่ลงไปชมคือ เขื่อนคุโรเบะ เขื่อนที่สร้างยากมากแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ต้องตะโกนออกมาว่า “สวยมากกกกกกกกก” มันสวยจริงๆ เขื่อนที่โอบล้อมด้วยภูเขาและหิมะปกคลุม ทางเดินเต็มไปด้วยน้ำแข็งที่เกาะกันหลวมๆ จากหิมะที่พึ่งตกลงมา เดินลงไปบนสันเขื่อนเพื่อข้ามไปอีกจุดหนึ่งแบบไม่อยากไปไหนอีกแล้ว เพราะมันสวยจริงๆ


PaiTourThai

ขึ้นรถไปยังจุดต่อไปคือไปขึ้นกระเช้า

PaiTourThai

ต่อไปเพื่อไปเล่นหิมะที่ลานมุโรโดไดระ ที่หิมะพึ่งตกเมื่อวาน สนุกมาก วิ่งยวบๆ นอนนุ่มบนหิมะ บนเส้นทาง Japan Alps Tateyama Kurobe Alpine Route

PaiTourThai


PaiTourThai

ในจุดนี้สามารถซื้อเบียร์ “โฮชิโนะโซระ” เบียร์ท้องถิ่นทาเตยามะ ที่มีขายที่เดียวที่บนเขา Tateyama Kurobe Alpine Route เท่านั้น ไม่มีขายที่ไหน ถ้าอยากดื่มต้องขึ้นมาดื่มข้างบนนี้เท่านั้น และกะว่าจะเอาไปฝากใครก็จะไม่เหลือเพราะเผลอเปิดดื่มจนหมด 5555 เขาว่ากันว่าเบียร์นี้ใช้น้ำธรรมชาติใต้ดินของทาเตยามะทามาดดโนะ ซึ่งเป็นหนึ่งในร้อยน้ำที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

PaiTourThai
วันนี้เราลงมาจาก Japan Alps Tateyama Kurobe Alpine Route เพื่อนั่งรถไฟไปยัง Kawaguchiko เพื่อพักที่นั่น ก่อนตื่นเช้าถ่ายรูปคู่กับฟูจิซังอีกรอบ

PaiTourThai
วันที่ 4 ย้ายเมืองไปนอนโอซาก้า
เราฝากกระเป๋าไว้ที่ kawaguchiko เพื่อไปเที่ยวเจดีย์ Chureito Pagoda ที่มองเห็นฟูจิซังได้ชัดและวิวสวยมาก แต่เดินขึ้นบันได 398 ขั้น แบบต้องถอดเสื้อนอกกันเลย พอขึ้นไปถึงแล้วแบบสวยมาก คนก็เยอะมากเช่นกัน ทางขึ้นก็สวยงามด้วยใบไม้เปลี่ยนสี

PaiTourThai

PaiTourThai

ที่สถานีรถไฟคาวากุจิโกะ มีหลายที่บริการฝากกระเป๋า ในสถานี 1000 เยน ล็อคเกอร์หยอดเหรียญ 700 เยน ร้านค้าบางที่ 600 เยน แต่ที่นี่รับฝากกรพเป๋าใบละ 500 เยน อยู่ฝั่งตรงข้ามถนนของสถานีรถไฟ

PaiTourThai
จาก Kawaguchiko ก็กลับมายังสถานีโตเกียว ระหว่างรอเวลารถไฟก็ไปเดินเล่นที่สวนรอบปราสาทเอโดะสักหน่อย ปราสาทเคยใช้เป็นที่พักของรัฐบาลโชกุนโทกูงาวะ

PaiTourThai

PaiTourThai


PaiTourThai

PaiTourThai
จากนั้นก็ไปนั่งรถไฟชินคันเซ็นจากโตเกียวไปลงสถานี Shin-Osaka ด้วย N700 ใช้เวลา 3 ชั่วโมงก็ถึงโอซาก้า เข้าที่พัก แช่น้ำร้อน นอนพักก่อน


วันที่ 5 เกียวโตที่น่าอยู่
เริ่มด้วยการนั่งชินคันเซ็นจากโอซาก้า-เกียวโต


แล้วต่อรถไฟ JR สาย Nara ชานที่ 9 เพื่อไป ลง Tofukuji เดี๋ยวแวะเที่ยว Tofukuji Temple ก่อน


PaiTourThai

PaiTourThai
ออกจากสถานี Tofukuji เดินมาเที่ยววัด Tofukuji Temple ซึ่งคนมหาศาล เข้าไปชมใบไม้เปลี่ยนสีในวัด ค่าเข้าชม 1000 เยน แต่คุ้มมาก ใบไม้สวยสุดๆ อากาศเย็น แค่คนก็มหาศาล


PaiTourThai
ออกจากวัด Tofukuji Temple ก็มาซื้อตั๋วรถไฟเส้น Keihan 170 เยน เพื่อไปยังสถานี Kiyonizu-gojo

เดินไปอีกเกือบกิโล เพื่อมาเที่ยววัด Kiyomizu dera หรือคนไทยเรียก #วัดน้ำใส ก็สวยสมคำล่ำลือและคนมหาศาล ต่อคิวซื้อบัตร 40 นาที 400 เยน เพื่อให้ได้วิวสวยๆ และมูแบบญี่ปุ่น



PaiTourThai

PaiTourThai
ดูเวลาล่วงมาเกือบบ่ายสอง และคำนวนแล้วคงไม่ทัน Romantic Train ที่สถานี Saga-Arashiyama เชื่อมสถานีโรแมนติกเทรน Saga-Torokko แน่นอน ตัดใจแล้วหาวัดเที่ยวอีกดีกว่า เลยมาที่นี่ วัดเล็กๆ

Rokuharamitsu-ji วัดเล็กๆในซอยระหว่างไปสถานีรถไฟ kiyomizu

PaiTourThai

PaiTourThai

PaiTourThai
เมื่อไม่ทันรถไฟสายโรแมนติก ก็มาหากาแฟกิน อย่างน้อยก็ถ่ายรูปกับสถานี

และมาร้านกาแฟใกล้ๆ ชื่อ Rickshow Cafe กาแฟร้อนๆ กับอากาศเย็นๆ

PaiTourThai
เดินต่อมาที่เดินมาวัด Tenryu-ji วัดสวยอีกแห่งหนึ่งของ Saga-Arashiyama ที่นี่ใบไม้สีแดงเต็มบริเวณวัดเลย

PaiTourThai

PaiTourThai

PaiTourThai
ออกจากวัด Saga-Arashiyama เลี้ยวขวาบนถนนสาย 29 โอ้โห นั่นคนหรือหนอน สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหารที่คนต่อคิวเข้าไปทาน ที่นี่เป็นที่นักท่องเที่ยวนิยมมาอีกจุดหนึ่ง

PaiTourThai


PaiTourThai
ถัดไปตรงสุดถนนแยก Togetsukyo คือแม่น้ำ Katsura ที่เย็นยะเยือก พร้อมสะพาน Togetsukyo Bridge ที่คนเดินข้ามไปชมภูเขาสีแดงกันจนล้นสะพาน และยังมี Kadono Oi (Kadono Great Weir) ฝายน้ำล้นขนาดใหญ่ ที่มีคนมาพายเรือชมใบไม้เปลี่ยนสีเยอะมาก


PaiTourThai

PaiTourThai

PaiTourThai

ใช้เวลาวิ่ง 10 นาทีก็มาถึงสถานี saga-arashiyama เพื่อรอรถไฟ JR เข้าเมืองเกียวโต แล้วต่อฃบวนชินคันเซ็นเข้าที่พักที่โอซาก้า


ถึงสถานีโอซาก้า เวลายังไม่ 2 ทุ่ม ไปเดินเล่นย่านโดทงโบริ โดยรถไฟ Osaka-Metro M ลงสถานี Namba Station ค่าโดยสาร 290 เยน ค่อยกลับเข้าโรงแรม

ถ่ายรูปกับ soft power Osaka ที่ทุกคนมาโดทงบุริจะต้องมาถ่ายรูป และนั่งจิบเบียร์กับวิวที่ดีที่สุด

วันที่ 6 เกียวโตวันที่สองที่เหนื่อยหอบที่สุด
จากเกียวโต ใช้ JR Nara line มุ่งหน้าไป Uji ไปเก็บวัด 2 แห่ง คือ Byodoin กับ Koshoji มาดูใบไม้เปลี่ยนสีทั้งที ไปให้ครบที่สุด


เดินไปวัด Byodoin แวะร้านกาแฟน่ารักมากๆ เติมคาเฟอีนเข้าร่างสักหน่อย ร้านนี้อยู่ใกล้แม่น้ำ Uji River

วัด Byodoin ย่าน Uji วัดสวยอีกวัดของเกียวโต ที่ห้ามพลาดจริงๆ สวยมาก อยู่เกาะกลางบึงน้ำปลาคราฟ ริมแม่น้ำ Uji

PaiTourThai

PaiTourThai


แม่น้ำ Uji อันเยือกเย็นที่ใสสะอาด คั่นระหว่างวัด Byodoin กับวัด Koshoji มีสวนสาธารณะให้นั่งเล่นกลางน้ำด้วย

PaiTourThai



PaiTourThai

วัด Koshoji อันแสนสงบ นักท่องเที่ยวน้อย เพราะต้องข้ามแม่น้ำ Uji มา แต่สวยงามและน่ามาชมมาก ซึ่งทั้งวัด Byodoin และวัด Koshoji มาด้วย JR ลงสถานี Uji เดินมา 500 เมตร

PaiTourThai


PaiTourThai
จาก Uji นั่ง JR มาลงสถานี inari เพื่อไปชมศาลเจ้าเทพอินาริ Fushimi Inari Shrine ที่คนไทยเรียกว่าศาลเจ้าแดงหรือศาลเจ้าจิ้งจอก เป็นศาลเจ้าชินโต Shinto

PaiTourThai

PaiTourThai
ทางด้านหลังศาลเจ้าจะเป็นทางเดินขึ้นเขา ที่เต็มไปด้วยเสาโทริอิ โดยเสาโทริอิสีแดงนั้นก็ล้วนมาจากการบริจาค


PaiTourThai

PaiTourThai
เอาจริง เดินขึ้นเมามาพิสูจน์ศรัทธาอะไรก่อนที่นี่ เดินถึงยอดเลยจ้า เดินชมเสาโทริอิสีแดงเหรอ ถึงได้เป็นวันที่เหนื่อยหอบที่สุดเพราะเดินขึ้นเขานี่เอง



PaiTourThai
ลงเขามาแบบล้าขามาก

PaiTourThai
ไปนั่งรถไฟสาย Keihan Main Line จากสถานี Fushimi-inari ไปสถานี Gion-shijo เพื่อไปเดินถนน Hanamikoji Street ถนนสายเก่าแก่ของเกียวโต ในเวลาเย็นๆ 5 โมง อาคารบ้านเรือนโบราณสวยงามเป็นระเบียบ มีเสน่ห์มาก ชอบมากๆ


PaiTourThai


PaiTourThai
เดินถนน Hanamikoji Street ถนนสายเก่าแก่ของเกียวโตได้แป๊บเดียว อากาศหนาวมากวันนี้อยู่ๆ อุณหภูมิลดฮวบเหลือ 11 องศา รีบเดินมาขึ่นรถไฟสาย Keihan จาก Gion-shijo ไปขึ้น JR ที่สถานี Tofukuji เข้าสถานีเกียวโตเพื่อกลับโอซาก้า


PaiTourThai
วันที่ 7 ตะลุยมหานครโตเกียว
ออกจากโอซาก้ามาโตเกียว โดยแวะไปนาระก่อน แต่ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ นอกจากเข้าไปกอดกวาง และไม่ได้ถ่ายรูป โดยถามตัวเองว่าแวะมาทำไมก่อน

PaiTourThai

PaiTourThai
จากนั้นเลยไปโตเกียวต่อ เข้าที่พักที่อุเอโนะ แล้วเดินเที่ยวที่โตเกียว


PaiTourThai



วัดเซนโซจิ วัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในโตเกียว เป็นวัดในพระพุทธศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง มีเจดีย์ 5 ชั้น กลิ่นหอมของธูปที่คนแย่งกันเข้าไปสูดดม ชายคาขนาดใหญ่ของชนสายมู



PaiTourThai

PaiTourThai

PaiTourThai

PaiTourThai
มาวัด Sensō-ji ต้องถ่ายรูปกับโคมไฟยักษ์

อากาศหนาวมาก รีบเดินกลับเข้าที่พัก แต่หน้าโรงแรมคือร้านเหล้า มีหรือจะพลาด คืนสุดท้ายก่อนกลับเมืองไทย

วันที่ 8 วันจะกลับฝนตกอากาศหนาว
ตื่นเช้าวันนี้หนาวเหน็บมาก เพราะฝนตกปรอยๆ อากาศยิ่งเย็นอยู่แล้ว ฝนตกมาหนาวเลย อุณหภูมิลดต่ำฮวบลงมาที่ 6 องศา C เริ่มต้นด้วยการเดินไปสถานี Ueno ลงใต้ดินขึ้นสาย Hibiya เพื่อไปตลาดปลาสึกิจิ (Tsukiji Market) แต่ระหว่างทางก็มาเจอวัด Tsukiji Honganji สวยงาม ยิ่งใหญ่ และกว้างมากๆ


PaiTourThai
ตลาดปลาสึกิจิ (Tsukiji Market) ตื่นตาตื่นใจ เห็นร้านไหนก็น่ากินไปหมด แถมราคาไม่แพงด้วย แล่ให้กินสดๆ ทั้งทูน่า แซลมอน อูนางิ อูนิ กินให้หายอยากไปเลย

PaiTourThai

PaiTourThai

PaiTourThai

PaiTourThai


PaiTourThai


เดินประมาณ 15 นาทีจากตลาดปลาสึกิจิ มาชมสวน Hama-rikyu จ่ายค่าเข้าชม 300 เยน สวนสวยเหมือนป่าในเมือง ท่ามกลางอากาศ 6 องศาและฝนตก ..หนาวเย็นสะใจไปเลย ชอบมาก


PaiTourThai

PaiTourThai


เดินต่อไปขึ้นรถไฟสาย Oedo line ที่สถานี Shiodome เพื่อไปสถานี Shimbashi แล้วต่อสาย Yamanote line กลับไปจองตั๋วไปสนามบินนาริตะที่สถานี Ueno




ออกจาก Ueno ด้วยรถไฟสาย SkyLiner จากสถานี Ueno มุ่งหน้า สนามบินนาริตะ (Narita Airport) ค่าโดยสาร 2570 เยน เป็นรถไฟฟ้าใต้ดินเข้าสนามบินอีกสายที่วิ่งตรงจากอุเอโนะ มาโผล่บนดินที่สถานี Nippori

PaiTourThai

รถไฟสาย SkyLiner จากสถานี Ueno มุ่งหน้าสนามบินนาริตะ (Narita Airport) จะต้องมาจองตั๋วและขึ้นที่สถานีเฉพาะ Keisei Skyliner ซึ่งเป็นคนละที่กับ JR (สถานีอุเอโนะอยู่ใต้สวนอุเอโนะ) ถ้าใครไปกดตั๋วที่ตู้ก่อนต้องมาซื้อและจองที่นั่งที่เคาท์เตอร์เพิ่มเติม ก็จะได้ตั๋ว 2 ใบสอดพร้อมกันแบบนี้

PaiTourThai

รถไฟสาย KeiSei Skyliner ใช้เวลาจากสถานีอุเอโนะถึงสนามบินนาริตะ 50 นาที มีที่วางกระเป๋าขนาดใหญ่แบบไม่ต้องจองที่กระเป๋า

ถึงสนามบินนาริตะ ทำการเช็คอินที่ตู้ด้วยตนเอง โหลดกระเป๋าด้วยตนเอง ซึ่งตอนที่ซื้อตั๋วมาได้น้ำหนัก 23 กิโลกรัม ขณะที่ชั่งตอนก่อนโหลดคือ 22.89 กิโลกรัม 55555

ได้เวลากลับ ก็อาวรณ์ญี่ปุ่นทันที สัญญาว่าถ้ามีเงินจะมาเยือนใหม่เพราะคือปัจจัยหลักและสำคัญที่สุด …แล้วเจอกัน


#เที่ยวญี่ปุ่น #ญี่ปุ่น #Japan #ท่องเที่ยวญี่ปุ่น #รถไฟญี่ปุ่น #ภูเขาไฟฟูจิ #ฟูจิซัง #Fuji

PaiTourThai

PaiTourThai

PaiTourThai

PaiTourThai

PaiTourThai

PaiTourThai

PaiTourThai








































































